ตรวจสอบสถานะบัญชีเครดิตบูโรยากไหม? และวิธีดูเครดิตบูโรในปี 2022
Facebook
  • LINE iconLine
  • เครดิตบูโรคืออะไร ทำไมสถานะเครดิตบูโรถึงสำคัญ 

    เครดิตบูโร หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (Nation Credit Bureau : NCB) คือ ทำหน้าที่เป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลประวัติเครดิตจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ทั้งข้อมูลประวัติการขอสินเชื่อ การขอไฟแนนซ์ บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด เป็นต้น โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บรวบรวมไว้ พูดง่าย ๆ ก็คือ เครดิตบูโรเป็นเหมือนการบอกประวัติทางการเงินทั้งหมดของเรานั่นเอง แต่เครดิตบูโรมีความสำคัญยังไง? สถานะเครดิตบูโรบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับเราได้บ้าง และสถานะเครดิตบูโรมีผลต่อการขอสินเชื่อไหม? คำตอบก็คือ สถานะเครดิตบูโรมีความสำคัญมากในการขอสินเชื่อ และเมื่อเราไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน พวกเขาก็จะเช็คสถานะเครดิตบูโร หรือตรวจเครดิตบูโรของเรา ว่าตอนนี้เรามีสถานะเครดิตบูโรดีหรือไม่ หากสถานะเครดิตบูโรบอกว่าประวัติทางการเงินของเราไม่ดี ก็จะทำให้เราขอสินเชื่อไม่ผ่าน คำถามก็คือ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าสถานะเครดิตบูโรของเราเป็นยังไง? เรามาดูหัวข้อถัดไปด้วยกัน

     

    สถานะเครดิตบูโรที่ควรรู้ 

    เมื่อทำการเช็คสถานะเครดิตบูโรของตัวเอง เราอาจจะเจอสถานะบัญชีเครดิตบูโรเป็นรหัสต่าง ๆ วันนี้เราอยากจะมายกตัวอย่างสถานะเครดิตบูโรที่เราควรรู้ 

    สถานะบูโร 11 คือ สถานะเครดิตบูโรปิดบัญชี 

    สถานะเครดิตบูโร 40 คือ สถานะเครดิตบูโรอยู่ระหว่างชำระสินเชื่อเพื่อปิดบัญชี

     สถานะเครดิตบูโร 0 ได้แก่ 

    • A0 สถานะเครดิตบูโรบัญชีปกติ
    • S0 สถานะเครดิตบูโรบัตรเครดิตถูกขโมย หรือสูญหาย 
    • X0 ปิดบัญชี 

    สถานะบูโร 42 คือ โอนหรือขายหนี้ 

    เครดิตบูโรสถานะ f 

    • F0 กำลังตรวจสอบบัตรเครดิตหรือบัตรประจำตัว เพราะถูกฉ้อฉล
    • F1 บัตรเครดิตหรือบัตรประจำตัวถูกใช้ฉ้อฉล 

      นี่เป็นเพียงตัวอย่างรหัสสถานะเครดิตบูโร หากเราต้องการเช็คสถานะเครดิตบูโรเพื่อตรวจเครดิตบูโรของเราว่าเป็นยังไง เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองที่ตู้ตรวจเครดิตบูโร หรือไปที่จุดให้บริการตรวจเครดิตบูโรได้  (รายงานเครดิตบูโรทั้งหมดเป็นความลับ ดังนั้นอย่าหลงเชื่อคนที่แอบอ้างเกี่ยวกับสถานะเครดิตบูโรของเรา)

    ทำไมเราต้องไปตรวจสถานะเครดิตบูโร 

    1. เพื่อดูว่าสถานะเครดิตบูโรของเราเป็นยังไง จะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการไปขอสินเชื่อ เช่น การกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือขอสินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น 
    2. ตรวจเพื่อเช็คสถานะเครดิตบูโรว่ายังปกติดีอยู่ไหม? มีหนี้เพิ่มหรือหนี้ที่ไม่ใช่ของเราหรือไม่? 
    3. ตรวจเครดิตบูโรว่ามีประวัติชำระค้างหรือไม่ ถ้าข้อมูลสถานะเครดิตบูโรไม่ถูกต้องเราสามารถแก้ไขได้ 
    4. เมื่อชำระหนี้หมดแล้ว สถานะเครดิตบูโรมีสถานะเครดิตบูโร 0 หรือไม่ 
    5. เช็คสถานะเครดิตบูโรเพื่อตรวจดูข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ว่าถูกต้องหรือไม่